Wednesday, October 26, 2011

เมื่อตอนวัยเยาว์




เหตุการณ์เมื่อครั้งที่ชีวิตยังอยู่ในวัยเยาว์หรือเรียกง่ายๆว่ายังเป็นเด็กไร้เดียงสาอยู่ จำความได้หลังจากเหตุการณ์ที่ร้องไห้อยากกินไอศกรีมผ่านมาแล้ว ก็เห็นจะจำได้อีกเหตุการณ์หนึ่งนั่นก็คือ"โดนมีดฟันมือ" 
เหตุการณ์นี้ผมยังจดจำได้ไม่ลืมอีกเหมือนกันเพราะมันเป็นความกลัวครั้งแรกของผม นั่นก็คือ เมื่อครั้งที่ไป
ไร่มันสำปะหลังกับครอบครัวซึ่งเดิมทีครอบครัวของผมนั้นทำไร่ ทำนาเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว พ่อวันหยุดโรงเรียนพ่อ แม่ก็จะพาไปไร่ไปนาด้วย ก็ตามประสาของชีวิตชนบทแถวๆ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อพ่อกับแม่เดินเข้าไปทำงานซึ่งก็คือถอนมันสำปะหลัง แล้วก็ปล่อยผมทิ้งไว้ที่เถียงคนเดียว ซึ่งไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยความซนบวกกับความที่ไม่มีเพื่อนเล่น ก็เลยมองหาสิ่งรอบๆตัวเพื่อจะเอามาเล่น ทันใดนั้นก็
เหลือบมองไปเห็นมีดบางอยู่เล่มหนึ่งวางอยู่ที่ใกล้ๆกับที่ผมอยู่ ทันใดนั้นสมองของผมก็เกิดความคิดขึ้นมาว่า "เรามีอาวุธแล้วเราต้องเอาอาวุธนั้นไปต่อสู้กับพวกวายร้ายทั้งหลายที่จะมีรังแกเรา" ทันใดนั้นผมก็หยิบมีดขึ้นมาไว้กับมือซึ่งเตรียมไว้ต่อสู้กับพวกวายร้ายหรือสัตว์ประหลาดทั้งหลาย และผมก็มองออกไปรอบๆตัวเจอต้นมะละกออยู่ต้นหนึ่งต้นไม่ใหญ่มากนักประมาณเท่าๆท่อพีวีซีสองนิ้วได้ ผมก็เลยแปลงร่างเป็นฮีโร่ในดวงใจทันที(แปลงเป็นไอ้มดแดง ซึ่งตอนนั้นชอบมาก) จัดการกระโดดเข้าไปต่อสู้ด้วยการเตะไปครั้งหนึ่งก่อนแต่เจ้าต้นมะละกอมันก็ไม่เป็นไร ก็เลยใช้ไม้ตายที่มีอยู่ก็คือมีดที่ถือติดตัวมาด้วย รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่แล้วฟันมีดลงไปที่ต้นมะละกอประมาณหก-เจ็ดครั้ง เจ้าต้นมะละกอก็ขาดลงทันตาเห็นเท่านั้นยังไม่พอใจสำหรับไอ้มดแดงอย่างผม ต้องกระหน่ำฟันมันให้หนักกว่านี้ สับให้ละเอียดได้ยิ่งดี เมื่อสับไปได้นานพอสมควรเหลือท่อนมะละกอที่ยังสับไม่หมดอยู่ประมาณ 1 เมตร ก็เลยใช้มือจับไว้แล้วบรรจงวางคมมีดสับๆมันอีก ทันใดนั้นสิ่งที่ผมไม่เคยนึกมาก่อนหน้านี้เลยว่ามันจะเกิดขึ้นกับยอดมนุษย์อย่างผมได้ นั่นก็คือ ผมมองเห็นสีของต้นมะละกอเปลี่ยนไปจากสีที่เป็นธรรมชาติของมัน มันเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที่ อาวุธคู่กายของผมที่ใช้ปราบเหล่าวายร้ายมันกลับมาทำร้ายผมเองซะงั้น ด้วยความที่คิดว่าตัวเองนั้นเป็นยอดมนุษย์ไอ้มดแดงเราต้องไม่ร้องให้ กัดฟันเข้าไว้ สู้ๆ นอกจากเป็นฮีโร่ไอ้มดแดงเท่านั้นยังไม่พอครับ ผมยังสวมวิญญาณนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการห้ามไม่ให้เลือดไหลออกได้อีกบทหนึ่ง คุณตาของผมเคยสอนวิชาห้ามเลือดให้ครับ นั่นก็คือการใช้ใบสาบเสือมาบดขยี้ให้ละเอียดแล้วก็แปะลงไปบนบาดแผลมันแล้วใช้มือกดไว้เลือดก็จะหยุดไหลเอง ผมก็ใช้มือกดบาดแผลไว้ เลือดก็ไหลออกเรื่อยจนผมคิดว่าถ้าหาใบสาบเสือไม่เจอเลือดผมต้องไหลไม่หยุดแน่ ต้องใช้วิชามารก่อนนั่นก็คือ "ดิน" ครับผมบรรจงใช้มือขวาของผมกำเอาดินทรายแถวๆนั้นแหล่ะครับมาประคบปิดแผลไว้ก่อนเผื่อให้เลือดมันหยุดไหล และมันก็เป็นไปตามที่ผมคิดไว้ครับ เลือดมันไหลน้อยลงแต่ก็ยังไม่หยุดไหลดีนัก แล้วผมก็เจอกับใบสาบเสือที่ผมตามหา ผมเด็ดใบมาแล้วใช้มือขวาขยี้ๆตามที่คุณตาของผมบอก แล้วก็แปะมันลงที่แผล อีกสักพักเลือดก็หยุดไหล แต่ผมก็ยังไม่ดีใจเท่าไหร่นักเพราะผมไม่รู้สิ่งที่ผมทำลงไปนั้นมันจะส่งผลดีต่อผมหรือเปล่า ก็เลยเกิดความกลัวขึ้นมาทันทีกลัวว่าพ่อของผมจะดุเอาที่ผมนั้นเล่นของมีคม ด้วยความที่กลัวก็เลยเข้าไปหลบซ่อนในไร่มันสำปะหลังอีกแปลง หวังว่าจะไม่ให้พ่อกับแม่เห็นเพราะกลัวจะถูกลงโทษ จนถึงเวลาจะกลับคุณพ่อกับคุณแม่ก็ดินมาที่เถียงนาแต่ไม่เจอผมซะแล้วครับเพราะผมหลบซ่อนอยู่ พ่อกับแม่ตกใจ ใจหายใจคว่ำนึกว่าลูกชายเป็นอะไร หายไปไหนไม่มีใครเจอ นี่ก็มืดค่ำแล้วถ้าหาลูกไม่เจอจะทำยังไง แล้วแม่ก็เดินไปบอกให้เพื่อนๆที่ทำงานด้วยกันมาช่วยกันหาจนเกือบมืด แม่ก็พบผมนั่งหลบอยู่ในไร่มันสำปะหลังแม่ก็เลยพาออกมา แล้วก็ว่ากล่าวตักเตือนผมนิดหน่อยไม่ได้ลงโทษอย่างที่ผมกลัวเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่แม่ของผมบอกว่า "เป็นลูกผู้ชายทำผิดแล้วไม่ต้องกลัวผิด ผิดก็ต้องยอมรับผิดเข้าใจมั้ย" ผมก็กลัวครับแต่ตอนนั้นมันกลัวนี่นา ก็เลยทำแบบนั้นลงไป แต่ต้องขอบพระคุณพ่อกับแม่ที่ไม่ลงโทษผมวันนั้นและยังสอนให้ผมเข็มแข็งกล้ายอมรับผิด ผมจะไม่มีวันลืมคำที่ท่านสอนครับ

No comments:

Post a Comment